Categories
ข่าวรถ บล๊อค

ก้าวสู่ยุคใหม่! เมื่อค่ายต่างๆ หันมาจับตลาดรถยนต์ไฟฟ้า

Tesla Motors นำโดยอีลอน มัสก์ กล้าที่จะเปลี่ยนโลกด้วยการพุ่งเป้าไปที่การผลิตรถยนต์ไฟฟ้าส่วนบุคคล แทนที่เทคโนโลยีรถยนต์เผาไหม้น้ำมันแบบเดิมๆ

จากไอเดียรถของเล่นวิ่งได้ด้วยไอน้ำของ Ferdinand Verbiest สู่รถยนต์คันแรกของโลกที่ใช้น้ำมันโดย Karl Benz ซึ่งต่อมาเขาคือผู้ก่อตั้งบริษัทผลิตรถยนต์ชื่อดังอย่าง Mercedes Benz และเป็นต้นแบบให้ค่ายรถยนต์ส่วนใหญ่ ยังคงผลิตรถใช้น้ำมันจนถึงทุกวันนี้ ในขณะที่ Tesla Motors นำโดยอีลอน มัสก์ กล้าที่จะเปลี่ยนโลกด้วยการพุ่งเป้าไปที่การผลิตรถยนต์ไฟฟ้าส่วนบุคคล แทนที่เทคโนโลยีรถยนต์เผาไหม้น้ำมันแบบเดิมๆ

แม้บริษัท Tesla Motors จะพึ่งก่อตั้งมาไม่นานและขาดทุนอย่างหนักในช่วงแรก แต่ปัจจุบัน Tesla มียอดขายในอเมริกาแซงหน้าคู่แข่งรถยนต์ในระดับเดียวกันทั้งหมด เช่น Model S รถไฟฟ้าราคาปานกลางในตลาดรถระดับพรีเมี่ยม และล่าสุด Model 3 รถยนต์ไฟฟ้าจับกลุ่มตลาดระดับแมสที่มียอดจองช่วงเปิดตัวถล่มทลาย (มากกว่า iphone) ตอกย้ำความสำเร็จของรถยนต์ไฟฟ้าที่มาแรงจนบริษัทรถยนต์ค่ายใหญ่หลายราย ต้องหันมาผลิตรถไฟฟ้าของตัวเองเพื่อท้าชนแข่งขัน

ตัวอย่างเมื่อไม่นานมานี้ Mercedes Benz เตรียมจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรก ‘EQC’ ในปีหน้า ต่อด้วย BMW ที่กำลังพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าต้นแบบอย่าง ‘iNext’ ส่วน Porsche พึ่งเปิดตัว ‘Taycan’ รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ พร้อมประกาศเตรียมยกเลิกผลิตรถเครื่องยนต์ดีเซล

ค่ายรถยนต์ญี่ปุ่นอย่าง Nissan ที่ชูโรงรถยนต์ไฟฟ้าอย่าง Nissan Leaf มาตั้งแต่ปี 2010 เมื่อยอดขายเป็นรอง Tesla จึงมีการปรับปรุงครั้งใหญ่ใน Nissan Leaf Gen 2 เพื่อแก้เกม ขณะเดียวกัน HONDA ก็มีการเผยต้นแบบรถไฟฟ้ารุ่นแรกในชื่อว่า Everus EV Concept เพื่อตีตลาดจีนในอนาคต ส่วน TOYOTA แม้ยังคงเน้นรถยนต์ไฮบริด แต่ก็กำลังพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า พร้อมเปิดตัวในอีก 2 ปีข้างหน้านี้

สิ่งที่น่าสนใจคือ การเข้าสู่อุตสาหกรรมรถยนต์ของ Apple และ Google ทั้งสองบริษัทใหญ่ระดับโลก ต่างซุ่มทำโปรเจคพัฒนาเทคโนโลยีรถยนต์ไร้คนขับและรถยนต์ไฟฟ้า รวมถึง Dyson แบรนด์ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าจากอังกฤษ ประกาศเดินหน้าลุยตลาดรถยนต์ไฟฟ้าเต็มตัวเช่นกัน

นี่อาจจะเป็นสัญญาณบ่งบอกว่า โลกกำลังมีแนวโน้มเข้าสู่ยุคของรถยนต์ขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้า แล้วรถยนต์ใช้น้ำมันจะเป็นอย่างไรต่อไป เทคโนโลยีจะช่วยให้เราก้าวไปเป็นสังคมยานยนต์ไร้มลพิษได้จริงๆ หรือไม่ คงต้องติดตามกันต่อไปในอนาคต

ขอบคุณที่มาจาก:

Thestandard

kapook.com

workpointnews

ลงทุนแมน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *